วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และโครงสร้างของระบบปฏิบัติการ

ใบงานที่ 9
โครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์  และโครงสร้างของระบบปฏิบัติการ

1.    การขัดจังหวะ หรือการอินเตอร์รัพท์ หมายถึงอะไร จงอธิบาย
 ตอบ   คือ  การติดต่อเพื่อรับส่งข้อมูลกันระหว่างอุปกรณ์ภายนอกต่างๆของคอมพิวเตอร์ เช่น จอภาพ
แป้นพิมพ์,เครื่องพิมพ์เมาส์ และอื่นๆ  กับ ไมโครโปรเซสเซอร์ ซึ่งจะมีการติดต่อกันอยู่เสมอๆ การที่จะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นก็คือ การมีการติด ต่อหรือการอินเทอร์รัพท์ที่ดีนั่นเอง

2.   จงเปรียบเทียบการอินเตอร์รัปต์ กับการดำเนินชีวิตของมนุษย์โดยทั่วไป ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ตอบ   จากการที่คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณืที่สามารถทำงานได้รวดเร็วมากกว่ามนุษย์  จึงสามารถทำงานพร้อมกันได้หลายๆอย่างทั้งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน  และที่มองไม่เห็น  ดังนั้นหากไม่มีการจัดการการอินพิเตอร์รัพท์ให้ดีแล้ว  ประสิทธิ์ภาพของคอมพิวเตอร์ก็ย่อมที่จะลดลงกว่าที่ควรหรืออาจก่อให้เกิดผลเสียต่างๆได้  ถึงแม้บางอย่างอาจจะไม่มากจนเราสังเกตเห็นได้  แต่เพียงเล็กน้อยหากเราสะสมไปเรื่อยๆ ก็ย่อมจะกลายเป็นมากได้เช่นกัน

3.   สาเหตุที่การป้องฮาร์ดแวร์ มีบทบาทสำคัญต่อระบบปฏิบัติการที่รองรับหลายๆ งานอยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร จงอธิบาย 
ตอบ  เพราะ  ข้อพิดพลาดหลายอย่างมักจะตรวจสอบได้โดยฮาร์ดแวร์  ซึ่งสามารถควบคุมได้โดยระบบปฏิบัติการ  ซึ่งจะทำการจัดการข้อผิดพลาดนั้นไปเลย

4.   จงเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโหมดการทำงานของผู้ใช้ กับโหมดการทำงานของระบบมาให้พอเข้าใจ
ตอบ   ผู้ใช้  คือ บุคคลที่มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับระบบ เพื่อทำให้เกิดการดำเนินการ หรือเพื่อใช้การทำงานให้เป็นประโยชน์ ส่วนการทำงานของระบบระบบ หมายถึง การทำงานร่วมกันของส่วนประกอบแต่ละส่วนอย่างมีความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

5.   ระบบปฏิบัติการจะมีการป้องกันอินพุต และเอาท์พุตอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ   IOCS ต้องอาศัยรูทีนบางอย่างทั้งจากเคอร์เนล และผู้จัดการหน่วยความจำในการทำงานของมันอีกด้วย
เคอร์เนลจัดหา  รูทีนที่เหมาะสมกับการเกิดอินเตอร์รัพต์จากอุปกรณ์อินพุต-เอาต์พุต ให้IOCS ทำงานหรือ IOCS เรียกใช้รูทีนผู้จัดการหน่วยความจำให้ช่วยหาเนื้อที่ในหน่วยความจำเพื่อใช้ทำบัฟเฟอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ

5.   ระบบปฏิบัติการจะมีการป้องกันหน่วยความจำอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ   การจัดการหน่วยความจำเป็นหน้าที่อีกประการหนึ่งของ OS หน่วยความจำเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาขีดความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำมาก ขีดความสามารถในการทำงานก็จะเพิ่มขึ้นด้วย โปรแกรมที่มีความสลับซับซ้อน และ มีความสามารถมากมัก ต้องการหน่วยความจำปริมาณมากด้วย แต่หน่วยความจำเป็นทรัพยากรที่มีราคาแพง และ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็กหน่วยความจำมีขนาดจำกัด ทำให้เราไม่สามารถขยายขนาดหน่วยความจำได้มากตามที่ต้องการ จึงจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความสะดวกของผู้ใช้เราจึงยกการจัดการหน่วยความจำนี้ให้เป็นหน้าที่ของ OS เช่น ตรวจดูว่าโปรแกรมใหม่จะถูกนำไปวางไว้ในหน่วยความจำที่ไหน เมื่อใด หน่วยความจำไหนควรถูกใช้ก่อน หรือหลัง โปรแกรมไหนจะได้ใช้หน่วยความจำก่อน

7.    ระบบปฏิบัติการจะมีการป้องกันซีพียูอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ    ซีพียู (cpu Scheduling) เป็นหลักการทำงานหนึ่งของระบบปฏิบัติการที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถในการรันโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมในเวลาเดียวกัน ซึ่งการแบ่งเวลาการเข้าใช้ซีพียูให้กับโปรเซสที่อาจถูกส่งมาหลายๆ โปรเซสพร้อมๆกัน ในขณะที่ซีพียูอาจมีจำนวนน้อยกว่าโปรเซส หรืออาจมีซีพียูเพียงตัวเดียว จะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ปริมาณงานที่มากขึ้นกว่าการที่ให้ซีพียูทำงานให้เสร็จทีละโปรเซส ในบทนี้ เราจะมาพูดถึงอัลกอริทึมพื้นฐานของการจัดเวลาซีพียูนี้ โดยจะพูดถึงวิธีการหลักๆ ที่แต่ละอัลกอริทึมมีแตกต่างกัน ข้อดีข้อเสีย และความเหมาะสมต่อระบบงานแบบต่างๆ เพื่อการเลือกใช้อย่างถูกต้อง

8.   โครงสร้างของระบบปฏิบัติการประกอบด้วยกี่ส่วน อะไรบ้าง
ตอบ   ตัวส่ง (dispatcher) มีหน้าที่จัดการส่งโปรเซสเข้าไปให้ซีพียู
ตัวจัดการอินเตอร์รัพต์ขั้นแรก (first-level interrupt handler) มีหน้าที่วิเคราะห์การอินเตอร์รัพต์ที่ เกิดขึ้น และเลือกใช้รูทีนที่เหมาะสมกับอินเตอร์รัพต์นั้นๆ
ตัวควบคุมมอนิเตอร์ (monitor control) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการเข้าถึงมอนิเตอร์ต่าง ๆ ของระบบ

9.   ในการจัดการกับโปรเซส ระบบปฏิบัติการจะมีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องรับผิดชอบ
ตอบ   ระบบปฏิบัติการบางระบบ   เช่น ระบบปฏิบัติการดอสหรือเอ็มเอสดอล (MS-DOS)มีการจัดการโปรเซสที่ค่อนข้างง่าย เนื่องจากจัดการโปรเซสแบบผู้ใช้คนเดียว (Sing User)ทำให้การใช้งานซีพียูอาจไม่ได้รับความคุ้มค่านัก แต่ก็เป็นระบบปฏิบัติการที่ออกแบบง่ายเพราะไม่ค่อยมีความสลับซับซ้อน   อีกทั้งยังใช้ทรัพยากรค่อนข้างน้อย  แต่ในระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาใช้งานกับระบบใหญ่ ๆ นั้นจะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานหลายๆ คน ( Multiuser)  ซึ่งอาจมีซีพียูหนึ่งตัวหรือมากกว่า (Multiprocessor) ก็เป็นได้  ดังนั้นระบบปฏิบัติการที่ใช้กับระบบคอมพิงเตอร์ดังกล่าว  จำเป็นต้องได้รับการออกแบบที่ดี  และที่สำคัญย่อมมีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วย
สำหรับระบบคอมพิวเตอร์ที่ส่วนใหญ่มักมีเพียงซีพียูเดียว  และใช้ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานหลายๆโปรแกรมนั้น   ในความเป็นจริง ซีพียูจะทำงานได้ทีละงานเท่านั้นซึ่งเป็นลักษณะแบบ  Sequential  Execution  ดังที่นอยมานน์ได้กล่าวไว้   แต่เนื่องด้วยการทำงานของซีพียูมีความรวดเร็วมาก  เกิดสายตามนุษย์ที่จะจับผิดว่าซีพียูทำงานที่ละงานอยู่   ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าซีพียูสามารถทำงานได้หลายๆ งานในขณะเดียวกัน งานที่ส่งไปประมวลผลในซีพียู  จะเรียกว่าโปรเซส  โดยโปรเซสคือโปรแกรมที่กำลังถูกประมวลหรือถูกเอ็กซคิวต์ หรือ อาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า โปรแกรมนั้นทำการครอบครองซีพียูในขณะนั้นอยู่  ซึ่งกระบวนการดังกล่าว  ซีพียูก็ต้องมีการบวนการจัดการโปรเซสที่ครอบครองรวมถึงการจัดการกับโปรเซสอื่น ๆ ที่ต้องการขอใช้บริการซีพียู

10.   ในการจัดการกับหน่วยความจำ ระบบปฏิบัติการจะมีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องรับผิดชอบการจัดสรร
ตอบ       1.หน่วยความจำ
                2.การจัดการอุปกรณ์
                3.การจัดการข้อมูล

11.   ในการจัดการกับแฟ้มข้อมูล ระบบปฏิบัติการจะมีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องรับผิดชอบ
ตอบ  การสร้างแฟ้มข้อมูล (file creating) คือ การสร้างแฟ้มข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการประมวลผล ส่วนใหญ่จะสร้างจากเอกสารเบื้องต้น (source document) การสร้างแฟ้มข้อมูลจะต้องเริ่มจากการพิจารณากำหนดสื่อข้อมูลการออกแบบฟอร์มของระเบียน การกำหนดโครงสร้างการจัดเก็บแฟ้มข้อมูล (file organization) บนสื่ออุปกรณ์
การปรับปรุงรักษาแฟ้มข้อมูลแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ
                1) การค้นคืนระเบียนในแฟ้มข้อมูล (retrieving) คือ การค้นหาข้อมูลที่ต้องการหรือเลือกข้อมูลบางระเบียนมาใช้เพื่องานใดงานหนึ่ง การค้นหาระเบียนจะทำได้ ด้วยการเลือกคีย์ฟิลด์ เป็นตัวกำหนดเพื่อที่จะนำไปค้นหาระเบียนที่ต้องการในแฟ้มข้อมูล ซึ่งอาจจะมีการกำหนเงื่อนไขของการค้นหา เช่น ต้องการหาว่า พนักงานที่ชื่อสมชายมีอยู่กี่คน
                2) การปรับเปลี่ยนข้อมูล (updating) เมื่อมีแฟ้มข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการประมวลผลก็จำเป็นที่จะต้องทำหรือรักษาแฟ้มข้อมูลนั้นให้ทันสมัยอยู่เสมอ อาจจะต้องมีการเพิ่มบางระเบียนเข้าไป (adding) แก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าฟิลด์ใดฟิลด์หนึ่ง (changing) หรือลบบางระเบียนออกไป (deleting)

12.   ในการจัดการกับอุปกรณ์อินพุต/เอาต์พุต ระบบปฏิบัติการจะมีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องรับผิดชอบ
ตอบ       1.ติดตามสถานะของอุปกรณ์ทุกชิ้น
                2.กำหนดอุปกรณ์ให้ใช้งาน
3.การยกให้ (Dedicated Device)
4.การแบ่งปัน (Shared Device)
5.การจำลอง (Virtual Device)
6.การจัดสรรอุปกรณ์ (Allocate)
7.การเรียกคืน (Deallocate)
13.   ในการจัดการกับหน่วยความจำสำรอง เช่น ดิสก์ ระบบปฏิบัติการจะมีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องรับผิดชอบ
ตอบ    การจัดการหน่วยความจำจัดเป็นหน้าที่หนึ่งของระบบปฏิบัติการ  หน่วยความจำนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาขีดความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย  กล่าวคือ  ถ้าหากพิวเตอร์มีหน่วยความจำมากนั้นหมายถึง  ขีดความสามารถในการทำงานก็จะเพิ่มขึ้นโปรแกรมที่มีความสลับซับซ้อนและมีสมรรถนะสูง  มักเป็นโปรแกรมที่ต้องการหน่วยความจำสูง   แต่ก็เป็นที่ทราบแล้วว่าหน่วยความจำมีราคาแพง (เปรียบเทียบราคาฮาร์ดดิสก์ประมาณ 5,000 บาท) สามารถได้ความจุถึง 10 CB ขึ้งไป แต่ถ้าเป็นแรมได้ความจุเพียงหน่วย MB เท่า) ดังนั้นระบบปฏิบัติการที่ ดีจะต้องมีการจัดการหน่วยความจำที่มีจำกัด ให้สามารถรองรับงานต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากได้

14.   จงสรุปงานบริการของระบบปฏิบัติการมาพอเข้าใจ
 ตอบ              - การให้โปรแกรมทำงาน (Program Execution)
การรับส่งข้อมูล ( I / O Operation)
การใช้งานระบบแฟ้มข้อมูล ( File – System Manipulation)
การติดต่อสื่อสาร ( Communications)
การตรวจสอบข้อผิดพลาด (Error Detection)
นอกจากระบบปฏิบัติการจะมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานแล้ว ยังต้องประกันประสิทธิภาพในการปฏิบัติการของระบบเองอีกด้วย ในระบบผู้ใช้หลายคนนั้น เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน
1. การจัดสรรทรัพยากร ( Resource Allocation )
2. การทำบัญชี ( Accounting )
3. การป้องกัน ( Protection )
การเรียกระบบ (System Call)
แยกต่างประเภทของคำสั่งเรียกระบบ (Type of System Calls)
1. การควบคุมกระบวนการ ( Process Control )
2. การใช้งานแฟ้มข้อมูล ( File Manipulation )
3. การใช้งานอุปกรณ์ ( Device Manipulation)
4. การใช้งานข้อมูลของระบบ ( Information Maintenance )
5. การสื่อสาร ( Communication )
โปรแกรมระบบ (System Programs)
โปรแกรมระบบช่วยให้การพัฒนาและการทำงานของโปรแกรมอื่นๆ ง่ายและสะดวก เราสามารถแบ่งได้หลายประเภท ดังนี้
การใช้งานแฟ้มข้อมูล ( File Manipulation )
ข้อมูลสถานะของระบบ ( Status information )
การแก้ไขแฟ้มข้อมูล ( File Modification )
ตัวแปลภาษา ( Programming – Language Support )
ตัวนำโปรแกรมลงหน่วยความจำและการทำงาน ( Program loading and Execution )
การสื่อสาร ( Communication )

15.   ในการติดต่อระหว่างโปรเซสกับระบบปฏิบัติการ จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มงานใดบ้าง จงอธิบาย
ตอบ   การเชื่อมต่อระหว่างระบบปฏิบัติการกับโปรแกรมของผู้ใช้ ( User Program ) นั้น ระบบปฏิบัติการได้เตรียมส่วนของคา สั่งต่างๆในการให้บริการไว้เรียบร้อยแล้วซึ่งเราเรียกว่าคา สั่งเรียกระบบ( System Call )โดยในการทา งานของการเรียกระบบซึ่งอาจจะประกอบด้วย การสร้าง การลบและการเรียกใช้งานโปรแกรมต่างๆ โดยจะอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบปฏิบัติการ ซึ่งบริการต่างๆ ที่ระบบปฏิบัติการ เตรียมไว้เพื่อบริการให้กับโปรแกรมผู้ใช้นั้นมีหลายลักษณะ ระบบปฏิบัติการ แต่ละแบบอาจจะมี การเตรียมการบริการที่แตกต่างกัน แต่สา หรับการบริการด้านการจัดการโปรเซส และการจัดการ แฟ้มข้อมูลนั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบปฏิบัติการทุกตัวที่ต้องให้ความสำคัญ และพัฒนาระบบปฏิบัติการ ซึ่งจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการนั้น ทั้งด้านความเร็วในการทำงานปริมาณงานที่สามารถทำได้รวมถึงความเชื่อถือได้ของระบบ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การนำเสนอปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


เครื่องมือและ Software ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์

       ดยส่วนมากแล้ว หลักๆ ก็คืออุปกรณ์คอมเพื่อใช้แทนในการทดสอบว่าอุปกรณ์ไหนเสีย  และก็แผ่นซอฟแวร์ ไขควง หัวแร้ง ตะกั๋ว ที่ดูดตะกั๋ว ที่เป่าฝุ่น  แต่ถ้าจะซ่อมเจาะลึกในการเปลี่ยนอุปกรณ์แบบเป็นตัว ก็คงต้องมีเครื่องมือในการเช็คเพิ่ม เช่น เครื่อง Flash Bios ที่เป่าลมร้อน เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนมากจะอาศัยประสบการณ์เป็นหลั

Hardware

    -  Flash drive + โปรแกรมสามัญประจำบ้าน 
    -  ยางลบ 
    -  สเปรย์ทำความสะอาดคอนแทค 1 กระป๋อง 
    -  ไขควงแฉกแบน 1 ตัว 
Software
     -  แผ่นติดตั้ง Windows ( Windows iLUUTION V.2009 
    -  Hirens boot CD
    -  รวม Driver Sound ช่างคอมฯ
    -  รวม[Drivers 2kXP มีไดร์เวอร์กว่า 25,000 ตัว
    -  แผ่น UTILITY โปรแกรมสามัญประจำเครื่อง
    -  แผ่นติดตั้ง OFFICE
    -  แผ่น โปรแกรมติดตั้งสำหรับกำจัดไวรัสและแก้ไข Registry  ประกอบด้วย Kaspersky 7 , ComboFix , Fix_Ntldr , cpe17antiautorun1495 , SafeBootWinXP, Sality_off , Disable autorun, taskmanager17, Error Repair Professional Ver. 4.0.5 , Registry.Repair 2.7 , Registry_Winner_5.5.9.9 , และ  108 ทิป XP regedit แก้ปัญหา Registryนอกจากนี้ยังอาจมี
      - แรมไว้ทดสอบสักตัว
      - ฮาร์ดดิสค์ พกพา ความจุ 250 กิ๊กพร้อมสายต่อ ยูเอสบี 2.0 เป็นขนาด 3.5 นิ้ว 
      -  Power Supply แรง..แรงสักตัว

การแก้ปัญหาด้วย safe mode
การเข้าสู่ Safe Mode เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากซอฟต์แวร์ที่เราได้ ติดตั้งลงไป เพราะในโหมดนี้จะข้ามการทำงาน Registry , ไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์และค่าต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ กำหนดไว้ ดังนั้นขั้นตอนการบูตเข้า Safe Mode จึงไม่เสียหายจากการทำงานเหล่านี้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้การใช้งาน Safe Mode ด้วย เพราะจะช่วยแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องได้เป็นอย่างดี หากเครื่องมีปัญหาไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ จะแก้ปัญหาโดยการเข้าสู่ Safe Mode แล้วเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ตามต้องการ เช่น หากปัญหาที่เกิดจากการติดตั้งไดรเวอร์ ก็ให้เข้า Safe Mode แล้วเข้าไปลบไดรเวอร์ตัวนั้นทิ้งไป หากมีปัญหาจากการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ก็ให้เข้าไปที่ Add / Remove Programs ใน Safe Mode แล้วคลิกเลือกโปรแกรมที่สร้างปัญหาทิ้งไป
             ซึ่งการเข้า Safe Mode ก็สามารถทำได้ดังขั้นตอนต่อไปนี้ให้บูตเครื่องขึ้นมาใหม่ จากนั้นกดปุ่ม F8 บนคีย์บอร์ดย้ำๆ (หรือกดปุ่มCtrl ค้างไว้) แล้วจะปรากฏเมนูขึ้นมาดังนี้
  1. Normal
  2. Logged ( BOOTLOGE.TXT)
  3. Safe Mode
  4. Step-by-step confirmation
  5. Command prompt only
  6. Safe modecommand promt only
ให้เลือกที่ Safe Mode เท่านี้ก็จะสามารถเข้า Safe Mode เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ ได้

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

คุณสมบัติของหน่วยความจำ


หน่วยความจำCache
Cache คือหน่วยความจำอย่างหนึ่ง มีความเร็วในการเข้าถึงและการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลที่เราต้องการจะใช้งานบ่อยๆ เพื่อเวลาที่ CPU ต้องการใช้ข้อมูลนั้นๆ จะได้ค้นหาได้เร็ว โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องไปค้นหาจากข้อมูลทั้งหมดซึ่งทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลของเราได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Cache มี 2 แบบคือ
1.disk cache คือการเก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำหลักของเราก่อน เมื่อ CPU ต้องการจะหาข้อมูล ก็จะหาใน dish cache ก่อนแล้วค่อยเข้าไปค้นหาใน Harddisk
2.Memory cache จะดึงข้อมูลมาเก็บไว้ใน memory ซึ่งจะถึงข้อมูลได้รวดเร็วกว่า แต่มีความจำที่เล็กกว่า
เพราะฉะนั้นถ้า คอมพิวเตอร์เครื่องใดที่มี cache ความเร็วสูงก็จะเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามยิ่งขนาดใหญ่ก็เก็บข้อมูลได้เยอะ แต่การเข้าถึงจะช้ากว่า cache ที่มีขนาดเล็ก
ระบบ Cache นอกจาก ใน computer แล้ว ระบบ Cache ยังเอามาใช้งานบนเว็บ ด้วย CMSส่วนใหญ่จะมีระบบ Cache เพื่อลดภาระการทำงานของฐานข้อมูลลง
static
เป็นแรมที่มีโครงสร้างแตกต่างจากสแตติกแรม ทำให้สามารถมีความจุสูงกว่าสแตติกแรม 4 เท่า ทำให้กินกำลังไฟฟ้าในการทำงานน้อยกว่าสแตติกแรมอยู่ในเกณฑ์ 1/4 ถึง 1/6 เท่าของสแตติกแรม ซึ่งเมื่อเทียบราคาต่อบิตแล้วราคาจะสูง สแตติกแรมจึงถูกนำมาใช้ในหน่วยความจำขนาดเล็ก เช่น ระบบไมโครโปรเซสเซอร์ เป็นต้น การควบคุมกระบวนการทำงานของไดนามิกแรม ต้องมีวงจรรีเฟรชหน่วยความจำ
โครงสร้างทั่วไปของไดนามิกแรมแสดงในรูปที่ 12.13 เป็นไดนามิกแรมขนาด 16k x 1 (16,384 Cell = 2) มีขนาดอาร์เรย์ของเซลล์เป็นแมทริกซ์ขนาด 128 x 128 อาร์เรย์ แต่ละเซลล์จะบอกตำแหน่งของแอดเดรสโดยตัวถอดรหัสแถว และตัวถอดรหัสคอลัมน์ขนาด 1 - to - 128 ดังนั้นแอดเดรสอินพุตของตัวถอดรหัสแถวจะมีขนาด 7 เส้น (A - A ) และ ตัวถอดรหัสคอลัมน์จะมีแอดเดรส 7 เส้นเช่นกัน (A - A ) รวมทั้งสิ้นมีแอดเดรสขนาด 14 บิต
หน่วยความจำแบบสแตติกแรม
Dynamic
Dynamic HTML หรือที่นิยมเขียนว่า DHTML เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การแสดงผลของเว็บเพจมีชีวิตชีวา น่าสนใจ และสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ หรือ Interactive ได้ดียิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกับ Server อบู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น ตัวชี้เมาส์ ที่มีหางรูปร่างแปลกๆ การล็อกภาพพื้นหลังไม่ให้ขยับไปมา เมื่อเลื่อนจอดูข้อมูลในหน้าเว็บเพจ เป็นต้น
DHTML ประกอบด้วยเทคโนโลยีในการสร้างเว็บเพจหลายๆตัว เช่น Javascript , VB Script , ActiveX control , Cascading Style Sheet (CSS) โดยจุดเริ่มมาจาก Microsoft ได้เริ่มสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมการแสดงผลในเว็บเพจด้วยเว็บ Browser ให้มีลูกเล่นมากขึ้น ต่อมาทางกลุ่ม W3C ได้เข้ามีส่วนในการกำหนดมาตรฐานดังกล่าว ทำให้ DHTML กลายเป็นมาตรฐานในเว็บ Browser รุ่นหลังตลอดมา
ขีดความสามารถของ DHTML
1.กำหนดตำแหน่งแสดงผลได้ทั้งแนวแกน x ,y ,z
2.แสดงข้อความและภาพเคลื่อนไหวในเว็บเพจได้
3.กำหนดให้ซ่อน หรือแสดง ข้อมูลหรือรูปภาพได้
4.สนับสนุนการใช้ CSS ทำให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ง่าย
5.เพิ่มเอฟเฟ็กต์ หรือลูกเล่นให้เว็บเพจได้มากขึ้น
6.สนับสนุนการเขียนโปรแกรมแบบ Event-Driven เพื่อให้การแสดงผลปรับเปลี่ยนตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเว็บเพจ

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ใบงาน เรื่อง ค่าแรงดันไฟฟ้าตามสีของสายในเพาเวอร์ซับพลาย



ใบงาน
เรื่อง ค่าแรงดันไฟฟ้าตามสีของสายในเพาเวอร์ซับพลาย

คำชี้แจง    ให้นักศึกษาบอกค่าแรงดันไฟฟ้า ตามสีของสายในเพาเวอร์ซับพลาย ดังต่อไปนี้

ที่
รายการ
แรงดันไฟฟ้า
หน่วย (Volt)
1
สายสีส้ม
+5
V.
2
สายสีดำ
Ground
V.
3
สายสีเหลือง
+12
V.
4
สายสีเขียว
PS-ON
V.
5
สายสีน้ำเงิน
-12
V.
6
สายสีขาว
-5
V.
7
สายสีแดง
+5
V.
8
สายสีม่วง
+5 VSB
V.
9
สายสีเทา
Power Good
V.
10
สายสีน้ำตาล
+3.3
V.